แนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและพฤติกรรมของมนุษย์

แนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและพฤติกรรมของมนุษย์
                 แนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติและพฤติกรรมของมนุษย์
                   ทฤษฎีการเรียนรู้ เริ่มต้นจากการมองธรรมชาติของมนุษย์ใน 2 ลักษณะ คือ ด้านจริยธรรมและด้านพฤติกรรมหรือการกระทำ (Bigge, : 10-16)
               
แนวคิดเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือการกระทำของมนุษย์
นักคิดมีความเชื่อแตกต่างกันเป็น 3 แนว เช่นเดียวกันดังนี้
แนวที่  1  เชื่อว่าพฤติกรรมหรือการกระทำของมนุษย์ เกิดขึ้นจาก แรงกระตุ้นภายในตัวเอง
(active)
แนวที่ 2 เชื่อว่าพฤติกรรมหรือการกระทำของมนุษย์ เกิดขึ้นจาก อิทธิพลของสิ่งแวดล้อม มิใช่มาจากแรงกระตุ้นภายใน (passive or reactive)
                แนวที่  3  เชื่อว่าพฤติกรรมหรือการกระทำของมนุษย์ เกิดขึ้นทั้งจากสิ่งแวดล้อมและแรงกระตุ้นภายในตัวบุคคล (interactive)
                ในปัจจุบันนี้มีทฤษฎีที่ได้รับความนิยมอีกหลายทฤษฎี เช่นทฤษฎีพหุปัญญา ทฤษฎีการสร้างความรู้ และทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เป็นต้น แต่เนื่องจากเนื้อหาสาระของทฤษฎีใน 2 หัวข้อใหญ่ข้างต้น มีจำนวนมาก ผู้เขียนจึงจะขอนำเสนอทฤษฎีการเรียนรู้ร่วมสมัยแยกออกไปเป็นอีกบทหนึ่ง เพื่อมิให้เนื้อหาในบทที่ 4 นี้มีความยาวมากเกินไป
1.ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนในช่วงก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 20 และการประยุกต์สู่การสอน ได้แก่
1.1 ทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการฝึกจิตหรือสมอง (Mental Discipline)
1.2 ทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการพัฒนาไปตามธรรมชาติ (Natural Unfoldment)
1.3ทฤษฎีของกลุ่มที่เน้นการเรียนรู้และการเชื่อมโยงความคิด (Apperception หรือ Herbartianism)
                2. ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรู้ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 และการประยุกต์สู่การสอน ได้แก่
                2.1 ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม
           ทฤษฎีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์ (Thorndike’s Classical Connectionism)               
                                   ทฤษฎีเรียนรู้ สามารถสรุปกฎการเรียนรู้ได้ดังนี้
                                   1. กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness) การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ด้วยดีถ้าผู้เรียนมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ
                                   2. กฎแห่งการฝึกหัด  (Law of Exercise) การฝึกหัดหรือการกระทำซ้ำบ่อย ๆ ด้วยความใจให้เกิดการเรียนรู้นั้นคงทนถาวร
                                   3. กฎแห่งการใช้ (Law of Use and Disuse) การเรียนรู้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง
                                   4. กฎแห่งผลที่พึงพอใจ (Law of  Effect) เมื่อบุคคลได้รับผลที่พึงพอใจย่อมอยากจะเรียนรู้ต่อไป แต่ถ้าได้รับผลที่ไม่พึงพอใจ จะไม่อยากเรียน ดังนั้น การได้รับผลที่พึงพอใจ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้
                2.2 ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม หรืกกลุ่มความรู้ความเข้าใจ (Cognitivism)
                      ทฤษฎีการวางเงื่อนไข (Conditioning Theory)


                ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบอัตโนมัติ (Classical Conditioning) ของพาฟลอฟ (Pavlov)
                - พาฟลอฟ (Pavlov) สรุปเป็นกฎการเรียนรู้ของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไข (conditioned stimulus)
                ทฤษฎีการวางเงื่อนไขของวัตสัน (Watson)
-          วัตสัน (Watson) พฤติกรรมเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมให้เกิดขึ้นได้ โดยการควบคุมสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขให้สัมพันธ์กับสิ่งเร้าตามธรรมชาติ และการเรียนรู้จะคงทนถาวรหากมีการให้สิ่งเร้าที่สัมพันธ์กันนั้นควบคุมกันไปอย่างสม่ำเสมอ
2.3 ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มมนุษยนิยม (Humanisn) และหลักการศึกษา/การสอน
                นักคิดกลุ่มมนุษยนิยม ให้ความสำคัญของความเป็นมนุษย์และมองมนุษย์ว่ามีคุณค่า มีความดีงาม มีความต้องการ และมีแรงจูงใจภายในที่จะพัฒนาศักยภาพของตน หากบุคคลได้รับอิสรภาพและเสรีภาพ มนุษย์จะพยายามพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์นักจิตวิทยาที่สำคัญในกลุ่มนี้คือ มาสโลว์ (Maslow) รอเจอร์ส (Rogers) โคมส์  (Combs)
2.4  ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มผสมผสาน(Gagne)
                กานเย (Gagne) เป็นนักจิตวิทยาและนักการศึกษาในกลุ่มผสมผสานระหว่างพฤติกรรมกับพุทธินิยม เขาอาศัยทฤษฎีและหลักการที่หลากหลาย เนื่องจากความรู้มีหลายประเภท บางประเภทสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องใช้ความคิดที่ลึกซึ้งบางประเภทมีความซับซ้อนมาก จำเป็นต้องใช้ความสามารถในขั้นสูง กานเย ได้จัดขั้นการเรียนรู้ซึ่งเริ่มจากง่ายไปหายาก โดยผสมผสานทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มพฤติกรรมนิยม และพุทธินิยมเข้าด้วยกัน


ทิศนา  แขมมณี.2554.ศาสตร์การสอน:กรุงเทพมหานคร:สำนักงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย